สำหรับนักเลี้ยงปลาคาร์ฟแล้ว ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการได้ต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่บ่อ แต่ก่อนที่คุณจะปล่อยปลาคาร์ฟตัวใหม่ลงไปแหวกว่ายกับเพื่อนๆ ตัวเก่า มีขั้นตอนหนึ่งที่ สำคัญที่สุดและห้ามข้ามโดยเด็ดขาด นั่นคือ “การกักโรค”

หลายท่านอาจสงสัยว่าการกักโรคคืออะไร? และทำไมถึงสำคัญขนาดนั้น? ไป่โค่ยฟาร์ม จะมาไขข้อข้องใจทั้งหมด พร้อมแนะนำสูตรการกักโรค “1-4-7” ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและบอกต่อกันในหมู่นักเลี้ยงรุ่นเก๋าว่าได้ผลดีที่สุด

 

การกักโรคปลาคาร์ฟ คืออะไร และทำไมถึงต้องทำ?

การกักโรค (Quarantine) คือการแยกปลาคาร์ฟตัวใหม่ออกจากปลาในบ่อหลักเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อเฝ้าสังเกตอาการและกำจัดเชื้อโรคหรือปรสิตที่อาจติดมากับปลา เปรียบเสมือน “ด่านกักกัน” ที่ช่วยป้องกันไม่ให้โรคร้ายแพร่กระจายไปสู่ปลาทั้งบ่อของคุณ

ประโยชน์หลักของการกักโรค:

  1. ป้องกันการระบาด: ปลาใหม่ที่คุณซื้อมาอาจดูแข็งแรง แต่ก็อาจเป็นพาหะของแบคทีเรีย, ไวรัส, หรือปรสิตที่มองไม่เห็น การกักโรคช่วยกำจัดเชื้อเหล่านี้ก่อนที่จะสร้างความเสียหาย
  2. รักษาปลาป่วย: ใช้เป็นบ่อพักรักษาสำหรับปลาในบ่อหลักที่มีอาการป่วย เพื่อให้ยาและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยไม่กระทบกับปลาตัวอื่น
  3. ปรับสภาพปลา: ช่วยให้ปลาใหม่ได้ปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำและสภาพแวดล้อมใหม่ ลดความเครียดก่อนจะลงไปเจอกับปลาเจ้าถิ่น

 

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม: สิ่งจำเป็นสำหรับบ่อกักโรค

ก่อนจะเริ่มขั้นตอน คุณต้องมี “โรงพยาบาลสนาม” ที่พร้อมสำหรับปลาเสียก่อน

  • บ่อกักโรค: แนะนำให้ใช้ บ่อผ้าใบหรือบ่อยาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.25 – 1.50 เมตร ซึ่งมีขนาดพอเหมาะ ไม่ทำให้เปลืองยา และลดความเสี่ยงที่ปลาจะบาดเจ็บจากการว่ายชน
  • ระบบอากาศ: หัวทรายหรือปั๊มลมคือสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาปริมาณออกซิเจนในน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงที่ใส่ยา
  • ตาข่าย/ฝาปิด: ห้ามลืมเด็ดขาด! ปลาใหม่หรือปลาป่วยมักจะเครียดและอาจกระโดดออกจากบ่อได้
  • ระบบกรอง (ถ้ามีจะดีมาก): การใส่ยาอาจทำให้ปลาขับเมือกออกมามาก ระบบกรองจะช่วยรักษาคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น แต่หากไม่มี สามารถใช้วิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำทดแทนได้
  • ยาและสารเคมี: เตรียมยาที่จำเป็นสำหรับกำจัดปรสิตและแบคทีเรีย (รายละเอียดในหัวข้อถัดไป)

 

🗓️ ขั้นตอนการกักโรคสูตร “1-4-7”

สูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีวงจรชีวิตของปรสิตส่วนใหญ่ (เช่น ปลิงใส, เห็บระฆัง) ซึ่งมีวงจรชีวิตประมาณ 7-9 วัน การให้ยาตามกำหนดเวลานี้จะช่วยกำจัดปรสิตทั้งตัวเต็มวัยและไข่ที่กำลังจะฟักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากนำปลาใหม่มาถึง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • วันที่ 1: นำปลาลงบ่อกักโรค แล้วใส่ยา ตามปริมาณที่แนะนำ (Dose ยาครั้งที่ 1)
  • วันที่ 2: งดให้ยา ให้ปลาได้พัก
  • วันที่ 3: งดให้ยา และ ถ่ายน้ำออกประมาณ 20-30% แล้วเติมน้ำใหม่เข้าไป (ต้องเป็นน้ำที่ปราศจากคลอรีนและมีอุณหภูมิใกล้เคียงของเดิม)
  • วันที่ 4: ใส่ยา ตามปริมาณที่แนะนำ (Dose ยาครั้งที่ 2 เพื่อกำจัดปรสิตที่อาจเพิ่งฟักจากไข่)
  • วันที่ 5: งดให้ยา ให้ปลาได้พัก
  • วันที่ 6: งดให้ยา และ ถ่ายน้ำออกประมาณ 20-30% แล้วเติมน้ำใหม่
  • วันที่ 7: ใส่ยา ตามปริมาณที่แนะนำ (Dose ยาครั้งที่ 3 เพื่อกำจัดปรสิตที่อาจหลงเหลืออยู่ให้หมดสิ้น)

หลังจากวันที่ 7 ให้เฝ้าสังเกตอาการปลาต่อไปอีกอย่างน้อย 7-14 วัน หากปลายังกินอาหารปกติและว่ายน้ำร่าเริงดี จึง переходитьไปขั้นตอนการรวมปลา


 

🧪 ยาที่จำเป็นต้องใช้ในการกักโรค

ยาแต่ละชนิดมีวัตถุประสงค์ต่างกัน การใช้ยาที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ

  1. ยาสำหรับกำจัดปรสิต (สำคัญที่สุดสำหรับสูตร 1-4-7):
    • ดีมิลิน (Dimilin): ออกฤทธิ์ยับยั้งการลอกคราบของปรสิตประเภทหนอนสมอและเห็บปลา ทำให้ปรสิตตายในที่สุด (ปริมาณแนะนำ: 1 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน)
    • พราซี่ควอนเทล (Praziquantel): มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัด ปลิงใส ทั้งที่ตัวและเหงือก (ปริมาณแนะนำ: 2-5 กรัม ต่อน้ำ 1 ตัน)
      • ข้อควรระวัง: ต้องละลายกับแอลกอฮอล์ 95% ก่อนนำไปใช้ และมีราคาสูง
  2. ยาสำหรับกำจัดแบคทีเรียและโปรโตซัว:
    • กลูตาราลดีไฮด์ (Glutaraldehyde): เป็นทางเลือกที่ดีกว่าฟอร์มาลิน เพราะปลอดภัยกว่าและใช้ร่วมกับเกลือได้ (ปริมาณแนะนำ: 5 ml ต่อน้ำ 1 ตัน)
    • มาลาไคท์กรีน (Malachite Green): ใช้กำจัดโปรโตซัวและโรคจุดขาว
      • ข้อควรระวัง: เป็นสารเคมีอันตราย ควรใช้ด้วยความระมัดระวังและในปริมาณที่ถูกต้องเท่านั้น

คำเตือน: การใช้ยาและสารเคมีต้องคำนวณปริมาณตามปริมาตรน้ำอย่างแม่นยำ การให้ยาเกินขนาดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตปลาได้ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ


 

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ในการกักโรค

  • ช่วงกักโรค ให้อาหารได้ไหม? ไม่ควรให้ครับ เพราะยาบางชนิดจะไปทำลายแบคทีเรียดีในระบบกรอง หากให้อาหารแล้วปลาขับถ่ายของเสียออกมา จะไม่มีแบคทีเรียมาย่อยสลาย ทำให้น้ำเน่าเสียอย่างรวดเร็ว (ปลาคาร์ฟสามารถอดอาหารได้นาน 14-20 วัน)
  • ครบ 7 วันแล้ว รวมปลาได้เลยหรือเปล่า? ยังไม่ได้ครับ! นี่คือขั้นตอนที่มือใหม่พลาดบ่อยที่สุด คุณต้อง “ทดลองการเข้ากันได้” ของเชื้อในน้ำก่อน
    1. ปรับสภาพน้ำ: หลังจากวันที่ 7 ไปแล้ว ให้เริ่มนำน้ำจากบ่อเลี้ยงหลักมาผสมในบ่อกักโรคทีละน้อยทุกวัน เป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อให้ปลาใหม่เริ่มคุ้นชินกับเชื้อในบ่อเก่า
    2. ส่ง “ปลานักบินทดสอบ”: นำปลาเก่าจากบ่อหลักที่แข็งแรง 1-2 ตัว มาใส่ในบ่อกักโรค แล้วสังเกตอาการของปลา ทั้งเก่าและใหม่ ต่อไปอีก 3-4 วัน
    3. ตรวจสอบขั้นสุดท้าย: หากปลาทุกตัวยังคงร่าเริงปกติ ไม่มีอาการซึมหรือป่วย จึงจะสามารถนำปลาใหม่ทั้งหมดไปรวมในบ่อหลักได้

การกักโรคอาจดูเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อความปลอดภัยของปลาคาร์ฟที่คุณรักทุกตัวในบ่อ ที่ ไป่โค่ยฟาร์ม เรายินดีให้คำปรึกษาและช่วยเหลือลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้มั่นใจว่าปลาที่ออกจากฟาร์มของเราจะสวยงาม แข็งแรง และเป็นมิตรกับปลาในบ่อของคุณครับ

Tags ที่เกี่ยวข้อง :
เกี่ยวกับผู้เขียน :

เต้ย ไปโค่ยฟาร์ม

เจ้าของฟาร์มปลาคราฟไปโค่ยฟาร์ม, ผู้หลงไหลในการเดินทางตามหาปลาคราฟชั้นดี

ติดต่อผ่านไลน์ : @paikoifarm